ลุยระยอง"ไปประแสร์ แบบไม่ตามกระแส"

กราบสวัสดีพ่อแม่พี่น้องลุงป้าน้าอาทุกท่านที่เผลอกดเข้ามาในกระทู้นี้ วันนี้เราก็ว่างพอที่จะเขียนกระทู้พอดี โดยรอบนี้เราได้ไปเที่ยวที่จังหวัดระยองกัน พร้อมทีมงานรวมทั้งหมด 5 คนถ้วน และที่ๆเราจะเดินทางไปทั้งหมดก็จะมีชุมชนบ้านเก่าปากน้ำประแสร์และดำน้ำที่เกาะมันใน เกาะมันกลาง และเกาะทะลุ
โดยใช้เวลาทั้งหมด 3 วัน 2 คืน ตั้งแต่ 9 มีค. - 11 มีค.

    วันแรก : เราเดินทางจากกรุงเทพฯช่วงเย็นๆของวันที่ 8 มีค. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง แผนของเราคือไปนอนพักที่บ้านเพื่อนก่อนคืนนึงที่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง แล้ววันรุ่งขึ้นค่อยเดินทางไปปากน้ำแสต่อ ซึ่งก่อนเดินทางเราได้วางแผนกับเพื่อนๆว่าเราจะไปแวะเที่ยวที่เขาแหลมหญ้าก่อนแล้วไปประแสร์ต่อ แต่สุดท้ายแผนล่มซะงั้น เนื่องจากฝนตกหนักมากจึงไม่สามารถแวะได้ อดเลย
    เราใช้เวลาเดินทาง 1 ชม. ก็มาถึงชุมชน บอกได้เลยว่าตอนแรกเราไม่ได้หวังอะไรมากกับที่นี่เลยเพราะกะว่าแค่จะมาชมวิถีชีวิตของคนแถวนี้เฉยๆ แต่พอดูโดยรวมแล้วมันโอเคมาก ที่พักน่าอยู่ ชุมชนสงบดี ประทับใจสุดๆ
    ที่พักที่เราเลือกคือบ้านชานสมุทร โดยรวมเราให้ 3 ผ่านเลย ห้องที่เราพักมันติดริมน้ำเลยแถมอากาศโดยรอบก็ดี ห้องนอนก็ดูดีแต่ว่าไม่ได้ถ่ายภายในมาให้ดู ดูบรรยากาศภายนอกแทนละกัน
    หลังจากเก็บเรียบร้อยแล้วเรากับเพื่อนๆก็ได้เตรียมไปนั่งสามล้อเที่ยวชมประแสร์ต่อ
    ที่แรกที่เราไปก็คือศาลเสด็จเตี่ยหรือศาลกรมหลวงชุมพรนั่นเอง ที่นี่นั้นจะมีความสำคัญกับประมงมากเพราะสมัยก่อนเวลาจะออกเรือชาวบ้านก็จะไปกราบไหว้ ขอพร เสด็จเตี่ย เพื่อเป็นศิริมงคลกับตัวเอง
    จากนั้นเราก็ได้เดินทางไปที่ต่อไปซึ่งก็คือศาลเจ้าแม่ตะเคียนซึ่งมีทั้ง 300 และ 500 ปี (ใครไปนับไว้ว้า) ก็ตามความเชื่อของชาวบ้านต้องมีการเอาแป้งไปโรยแล้วถูตามสเตปเพื่อหาเลข ตาดีได้ตาร้ายเสีย ไกด์บอกว่าบางคนมาขอหวยแล้วถูกหลายงวดติดๆก็มี ไหนๆก็มาละเราก็เลยขอไปลองถูๆบ้าง...อืมไม่เห็นจะมีไรเลย(สงสัยจะไม่มีดวง) ลองดูตามภาพละกันใครเจอก็คอมเม้นบอกด้วยนะครับ ฮ่าๆ
    
    พอขอหวยเสร็จเราก็เดินทางไปทุ่งโปรงทองต่อ ในความรู้สึกส่วนตัวคือที่นี่เหมือนเป็น Signature ของที่นี่เลยก็ว่าได้ อยากให้พวกคุณๆทุกคนที่เข้ามาอ่านได้ไปชมกับตาตัวเองมากกว่า ดังสุภาษิตที่ว่า "สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น" เพราะก่อนหน้าที่เราจะมาคือเราได้ทำการหาข้อมูลของที่นี่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภาพที่เห็นคือทุ่งสีทองอร่ามตา เราก็อยากรู้ว่าในภาพกับความเป็นจริงคุณจะหลอกดาวไหม
    อืม...พอมาเห็นด้วยตาตัวเองมันรู้สึกหายเหนื่อยและคุ้มค่ากับที่เดินทางมาตั้งไกลอย่างบอกไม่ถูก มันสวยจริงๆ ณ จุดที่เรายืนอยู่ สามารถมองได้รอบตัวดื่มด่ำกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์มากๆ ถ้าใครจะมาก็แนะนำว่ามาเป็นช่วงเช้าน่าจะดีที่สุดเพราะเวลาที่แสงอาทิตย์ค่อยๆเลียใบของต้นโปรง สีของมันก็จะค่อยๆเปลี่ยนจนกลายเป็นสีทองเหมาะกับการเก็บภาพเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เรายังสามารถเดินต่อไปบนสะพานไม้เพื่อเดินชมป่าชายเลน ถ่ายรูป หรืออะไรก็ตามแต่ที่ไม่เป็นการรบกวนธรรมชาติได้อีกด้วย
สวัสดีคุณปูก้ามดาบ
นี่ขนาดวันที่ไม่ค่อยมีแดดนะ
    เราเดินมาเรื่อยๆเพื่อไปยังจุดนัดพบกับไกด์ที่นั่งสามล้อมา แล้วจึงเดินทางไปที่เรือรบหลวงประแสร์ต่อ อารมณ์ก็ประมาณขึ้นไปดูเรือจักรีนฤเบศรอ่ะแหละ เราไปถ่ายรูปไปชมวิวกันแปปนึง แล้วก็ต้องรีบไปที่ถัดไปต่อ
    ไกด์ขี่รถพาเราไปชมในส่วนของชุมชนบ้านเก่าริมน้ำประแสร์ เขาบอกว่าเมื่อก่อนหลายๆบ้านแถบนี้ก็ทำประมงมาก่อน แต่เหมือนกับช่วงหลังๆไม่ค่อยดีเลยผันตัวมาเริ่มทำโฮมสเตย์กันแต่ก็ยังมีบางบ้านที่ยังทำประมงอยู่ หรือไม่ก็ให้นักท่องเที่ยวเหมาเรือไปตกหมึกกัน บางบ้านก็ขายของชำ บางบ้านก็ขายขนม
    เฺฮ้ออออ กว่าจะชมหมดเล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย เรากับเพื่อนกลับห้องมานอนพักได้ไม่ถึง 10นาที ก็ต้องไปเล่นน้ำต่อตามกำหนดการที่ที่พักเค้าจัดมาให้ เห็นเค้าใช้ชื่อกิจกรรมว่าล่องแพเปียก เออก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันจะเปียกสักแค่ไหน โดยเค้าจะพาเราขึ้นเรือล่องไปตามน้ำแม่ประแสร์ เพื่อชมธรรมชาติ วิถีชีวิตของชาวบ้านริมน้ำ ป่าชายเลน สายน้ำ สายลม เหล่านกที่บินกลับรัง
    โอ้ยยยยย ใช่ที่ไหนล่ะฝนมันก็ดันตกลงมาซะได้ เก็บภาพก็ได้มานิดเดียว ล่องเรือมาสักพักเราก็จะถึงจุดที่เราต้องลงแพ ง่ายๆก็คือ ขับเรือมาส่งเราที่แพเล็กแล้วก็ลากกลับไปทางปากน้ำ ระหว่างทางเขาก็จะจอดให้โดดน้ำเล่น ส่วนตัวเรามองว่าน้ำก็ใสสะอาดดีถึงจะมองว่ามันเขียวๆก็เหอะ รสชาติก็พอได้ไม่เค็มมากอร่อยดี รวมๆก็สนุกดีแม้จะลากแพตากฝนก็เถอะ เราไม่กลัวเรามันสายลุยอยู่แล้ว
เอ้าโดดดิรอไร !!
    พอเล่นน้ำเสร็จเราขึ้นมานั่งบนเรือเพื่อรอเข้าที่พัก แต่จะให้นั่งเฉยๆรอเรือถึงฝั่งมันก็ไม่ใช่เรื่อง ขอไปคุยกับลุงคนขับสักหน่อย เราพึ่งมารู้ตอนหลังว่าแกเป็นเจ้าของโฮมสเตย์ (ขอโทษที่มองลุงผิดไป) ก็ชวนลุงโม้ไปเรื่อย แกใจดีมากเล่าให้ฟังหลายอย่างเลย แกบอกว่าตอนแรกแกก็ทำประมงมาก่อน แต่มันไม่ค่อยดีก็เลยแปลงจากอู่เก็บเรือมาเป็นสเตย์ซะเลย
เอ้า!!ไหนๆก็ไหนๆละ ขอลุงจับพวงมาลัยเรือถ่ายรูปสักหน่อย
    ในที่สุดก็ถึงฝั่ง หิวข้าวจะแย่อยู่แล้วขอดูหน่อยว่าอาหารเย็นวันนี้จะได้กินอะไร
    ผ่านไปไม่นานกับข้าวบนโต๊ะก็หมดลง พี่เจ้าของโฮมสเตย์จึงได้ทอดไข่เจียวมาเพิ่มให้แบบงงๆ สงสัยสงสาร กลัวกินข้าวเปล่า 555
หลังจากกินข้าวเสร็จ ถ้ารีบเข้าห้องน้ำมันคงไม่ต่างอะไรกับอยู่บ้าน เลยออกมานั่งเล่นนอกชาน วันนั้นฝนตกทำให้อากาศข้างนอกค่อนข้างเย็นสบาย เหมาะกับนั่งเล่น นั่งคุย นั่งจิบเบียร์ก็ตามสะดวก
สักพักเราเห็นเจ้าของนั่งอยู่ข้างนอกพอดีเลยขอไปเม้าส์ซะหน่อย คนที่นี่เป็นกันเองมากเรากับเพื่อนมาคุยเล่นกับพวกพี่ๆเจ้าของโฮมสเตย์ เค้าก็เอาขนม เอาผลไม้มาให้กิน
อันข้างขวาเป็นหนึ่งในของดีเมืองประแสร์เลย เรียกว่าขนมกะลา ทำจากแป้ง กะทิ น้ำตาลทรายแดง ลักษณะคล้ายกะลา รสชาติหวานนนนนนน(มาก)
เราคุยกับเจ้าของอยู่พักใหญ่จนมองนาฬิกาอีกทีก็ 23.00 น. ละ โอเคแยกย้ายเข้าห้องนอนละกัน
     วันที่ 2 : เรากับเพื่อนนัดกันตี 5 เพื่อออกไปตลาดเช้าของประแสเพื่อดูว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง
รู้สึกเหมือนเราจะไม่ค่อยรู้ว่าที่นี่อะไรเด่นจึงได้แค่มาดูเค้าขายของแล้วก็เดินกลับที่พัก ระหว่างเดินกลับเราเห็นร้านทองม้วน กะว่าจะมาขอลองทำสักหน่อยแต่ว่ายังตั้งร้านไม่เสร็จ ก็เลยกลับไปอาบน้ำก่อนแล้วค่อยเดินออกมาใหม่
    7 โมงเช้า เราเดินออกไปดูร้านทองม้วนอีกรอบ ร้านตั้งเสร็จพอดี
    เราก็ไปสอบถามว่าอันนี้เค้าเรียกอะไรคนขายเขาบอกว่านี่เรียกทองม้วนอ่อน เราก็ถ่ายตอนป้าทำไป ป้าก็บอกวิธีทำไป พลางเอาทองม้วนมาให้ชิมซะเยอะเลย(แอบเกรงใจป้าเล็กๆ) หลังจากที่ดูป้าทำมาสักพักเราเลยบอกป้าว่าขอลองทำได้ไหมไหนๆก็มาแล้ว ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีเลย ป้าใจดีมากให้เราลองเฉยเลย
พอเราได้ทำจริงเรานี่เปลี่ยนความคิดทันที ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หน่า รู้สึกว่ามันยากกว่าที่ดูเยอะเลย แต่อย่างน้อยก็ทำออกมาได้ละกัน อะโปรโมทร้านให้ป้านิดนึง
ต่อมาที่เราแพลนไว้คือไปบ้านขนมครูเบญจา ได้ข่าวมาว่าดังแต่ว่า ... วันนั้นเขาไม่ทำ ซาโยนาระทันที

    ตามแผนการวันนี้คือเราต้องไปดำน้ำต่อ และเราต้องไปถึงท่าเรือตอน 10 โมง เราใช้เวลาเดินทางจากปากน้ำประแสเพียงไม่นานก็ถึงท่าเรือแล้ว เรือที่เรานั่งไปคือเรือสปีดโบ้ทนั่งไปก็กระแทกไปแต่ก็มันส์ดี
    ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็ถึงเกาะมันใน ชมศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก มีทั้งเต่าอนุบาล เต่าประถม เต่ามัธยม เต่ามหาลัย ตามอายุ ไกด์ก็เดินนำให้ดูไปเรื่อยๆ คุณเต่าตัวใหญ่มากกกกก
    เราเสร็จภารกิจดูเต่าจากเกาะมันใน จึงไปลุยเกาะมันกลางต่อเลย ตามทริปที่เขาบอกคือมีชมทะเลแหวกด้วย แต่สงสัยว่าวันนั้นทะเลอารมณ์ไม่ดีไม่แหวกให้ดู ก็ได้แค่ไปถ่ายรูปนิดๆหน่อยๆ ละก็แจกสน็อกเกิ้ลเพื่อเตรียมตัวไปยังจุดดำน้ำของเกาะนี้
    ถัดมาเป็นเกาะสุดท้ายคือ เกาะทะลุ เราพักกินข้าวกันที่เกาะนี้ รู้สึกว่าเกาะนี้คนจะเยอะเป็นพิเศษไม่รู้ทำไม กินเสร็จก็ดำน้ำตามเดิม ถามว่าสวยไหมก็เฉยๆเราว่าเราสนุกเพราะได้ไปกับเพื่อนๆมากกว่า หากใครเคยไปดำที่ฝั่งอันดามันมาก่อนจะรู้สึกว่าฝั่งตะวันออกนี่เฉยๆมาก (เราเองก็เช่นกัน) ไม่รู้จะบรรยายยังไง
    ปล.เนื่องจากคนถ่ายก็ต่อไปดำน้ำเหมือนกันจึงเก็บภาพตอนไปดำน้ำได้ไม่เท่าไหร่ ต้องขออภัยด้วยครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่